เคล็ดลับ เซลลูไลต์ แผนกำจัดเซลลูไลท์
เพราะว่าทุกวันนี้ผู้หญิงส่วนใหญ่ต่างก็พกพาคลื่นไขมันตะปุ่มตะป่ำ อย่างที่เรียกว่าผิวเปลือกส้มไปในที่ต่าง ๆ
ผิวเปลือกส้มหรือเซลลูไลท์ นับเป็นอุปสรรคของผิวสวย ไม่ว่าจะเป็นสาวหุ่นเกินพิกัด หรือสาวที่มีรูปร่างได้มาตรฐานทั่วไป ที่ร้ายสุด ๆ เห็นทีจะเป็นตอนที่ลอนไขมันขรุขระนั้น ปรากฏเป็นคลื่นชัดเจนเมื่อคุณเคลื่อนไหวร่างกาย หรือในเวลาที่กล้ามเนื้อเกิดการยืดตัว เช่น ขณะที่นั่งไขว่ห้าง เป็นต้น
และเมื่อวัยเพิ่มขึ้น ริ้วไขมันที่หนาขึ้นเรื่อย ๆ นี้ จะกำจัดได้ยาก และต้องใช้เวลานาน เนื่องจากเซลลูไลท์ที่ดูเป็นก้อนตะปุ่มตะป่ำนี้ จะมีเปลือกเหนียว ๆ หุ้มอยู่ ภายในเต็มไปด้วยไขมัน น้ำเสียและสารพิษสะสมที่ตกค้างมาจากอาหารที่คุณรับประทานเข้าไปอย่างไม่ถูกสุขลักษณะ รวมทั้งขาดการเคลื่อนไหวร่างกายเป็นเวลานาน ๆ
ถ้าหากคุณนึกรังเกียจเซลลูไลต์ มีคำแนะนำพร้อมวินัยอย่างเคร่งครัดดังนี้
รีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคโดยด่วน การรับประทานจุบจิบ ชอบอาหารจำพวกที่มีไขมันสูง ของทอด ของมัน ขนมหวาน น้ำอัดลม กาแฟ ช็อกโกแลต จะทำให้เกิดการสะสมของก้อนไขมัน พร้อม ๆ กับสารพิษที่สะสมตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ หันมารับประทานอาหารที่มีกากใยสูง ผัก และผลไม้ที่ไม่ทำให้อ้วนมากดีกว่า
ออกกำลังกายเสียบ้าง แน่นอนว่าการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอกจากจะได้เหงื่อซึ่งเป็นของเสียที่ถูกขับออกจากร่างกาย ชั้นไขมันที่เกาะตัวหนาก็จะแตกตัวกระจายเป็นก้อนเล็ก ๆ และในที่สุดกล้ามเนื้อจะได้รับการยืดหยุ่นอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ไขมันจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นกล้ามเนื้อที่แน่นกระชับแทน
ผลิตภัณฑ์กำจัดเซลลูไลท์ จำไว้เลยว่าครีมกำจัดเซลลูไลท์เพียงอย่างเดียว ไม่ช่วยทำให้ก้อนไขมันตะปุ่มตะป่ำสลายไปได้ ในชั่วระยะเวลาครีมหมดหลอด ครีมเหล่านี้เป็นเพียงตัวช่วยที่ดีเท่านั้น ด้วยครีมจะซึมผ่านผิวหนังลงสู่ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง เพื่อไปละลายไขมันส่วนเกิน ส่วนผสมของเครื่องสำอางกลุ่มนี้คือ Methylxanthines (เมทธิลแซนทีน) หรือสารสกัดที่ได้จากพืชบางชนิด ได้แก่ Theophyline ซึ่งได้จากใบชา Caffeine ได้จากกาแฟ Aminophyline ได้จากพืชบางชนิด
December 12, 2009
เคล็ดลับ เซลลูไลต์ แผนกำจัดเซลลูไลท์
โยคะกับการเลิกอดอาหาร
โยคะกับการเลิกอดอาหาร
สิ่งที่ยากที่สุดในการอดอาหารคือ การเลิกอดอาหารอย่างมีสติ เพราะเมื่อคุณรู้รสของอาหาร จิตใจก็มีความอยากทานมากขึ้น เช่นเดียวกับการที่ได้นอนหลับ คุณจะไม่อยากตื่น ดังนั้นหลังจากที่ทำการอดอาหาร คุณต้องค่อยๆปรับร่างกายให้เคยชินกับการทานอาหารทีละน้อยไปเรื่อยๆ การเริ่มกลับไปทานอาหารมื้อแรก จะต้องเลือกอาหารเป็นพิเศษ อย่าทำตามใจตัวเอง ให้เริ่มทานด้วยอาหารมื้อเย็น โดยไม่ทานอะไรเลยจนกว่าอาหารมื้อนั้นจะถูกขับถ่ายออกไป คนที่ทานอาหารมังสวิรัติควรเริ่มต้นด้วยการรับประทานองุ่นสด 1 ปอนด์ ลูกเชอรี่ หรือน้ำผลไม้อื่นๆ ห้ามทานกล้วยหอม แอปเปิ้ล และผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว ผู้ที่ทานเนื้อควรเริ่มต้นด้วยผักขมนึ่ง หรือสตูมะเขือเทศ สำหรับผู้ที่อดอาหาร 2 วันให้ปฏิบัติดังนี้
วันที่ 1 ผลไม้สด 1 ปอนด์ โยเกิตร์ 1 ช้อนชา เพื่อช่วยการย่อยอาหาร
วันที่ 2 สลัดผักอย่างเดียว
วันที่ 3 ผักอบกับข้าว
วันที่ 4 เริ่มทานอาหารปรกติทีละน้อย
ถ้าคุณใช้เวลาอดอาหารถึง 4 วัน การเริ่มกลับไปทานอาหาร ให้เพิ่มตารางเวลาข้างต้นเป็น 2 เท่า 8 วัน คือทานผลไม้สด 4 วัน และต่อด้วยรายการอื่นๆ อย่างละ 4 วัน ไม่ควรดื่มชากาแฟ แอลกอฮอล์ และการเติมเครื่องปรุงรสทุกชนิด การขับถ่ายจะใช้เวลา 1-3 วัน พยายามปฏิบัติให้ได้ตามนี้เพื่อไม่ให้ระบบต่างๆ ทำงานหนักเกินไป ดังที่ George Bernard Shaw ได้กล่าวไว้ว่า “คนโง่ทุกคนสามารถทำการอดอาหารได้แต่ผู้ที่ฉลาดเท่านั้นจึงสามารถเลิกอดอาหารได้โดยถูกต้อง”
พระพุทธเจ้า Shakyamuni (ศักยะมุนี) ใช้เวลาหลายปีในการบำเพ็ญทุกข์กิริยา โดยไม่ทานอาหารและไม่ดื่มน้ำ จนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก จนในที่สุดเกิดความเบื่อหน่ายจึงได้กลับมาเสวยอาหาร และประทับนั่งอยู่ใต้ต้นโพธิ์ โดยตั้งสัตย์ปฏิญาณว่าจะไม่เคลื่อนไหว จนกว่าจะบรรลุโสดาบัน พระองค์ท่านถูกหมู่มารมารบกวนตลอดคืนแต่เมื่อถึงรุ่งอรุณพระองค์ก็ได้สำเร็จอรหันต์ พระองค์เสด็จไปแสดงธรรมให้ยึดทางสายกลาง ซึ่งอยู่ระหว่างการกระทำอะไรตามใจตัวเอง กับการระงับใจตนเอง ปฏิเสธกาม ฯลฯ และเสด็จดับขันปรินิพพาน เมื่อพระชนมายุ 80 พรรษา
การ์ซีเนีย แคปซูลเสริมสุขภาพ ประกอบด้วยส่วนผสมของสารที่มีคุณสมบัติเด่นๆ ในมังคุดตามที่มีรายงานในวงการวิทยาศาสตร์มาแล้วในปริมาณที่เหมาะสม พร้อมทั้งมีส่วนผสมของสารจากธรรมชาติที่ปลอดภัยอื่น อาทิเช่น ใบบัวบก สารสกัดจากงาดำ โปรตีนสกัดจากถั่วเหลือง ฝรั่ง เพื่อช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพของสารสรรพคุณมังคุดให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น อีก โดยปราศจากผลข้างเคียง และได้มาตรฐานที่สามารถส่งออกไปจำหน่ายได้ในตลาดโลก
เป็นผลิตภัณฑ์ ที่เกิดจากการพัฒนาต่อยอดผลงานวิจัยของคณะนักวิจัยนำโดย ศาสตราจารย์ ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา และ ศ. ดร. พิเชษฐ์ เป็นผู้ควบคุมการผลิตเองให้มีสรรพคุณและประสิทธิภาพสูงปลอดภัย และไร้ผลข้างเคียง
ประกอบด้วยส่วนผสมของสารที่มีคุณสมบัติเด่นๆ ในมังคุดตามที่มีรายงานในวงการวิทยาศาสตร์มาแล้วในปริมาณที่เหมาะสมพร้อมทั้งมีส่วนผสมของสารจากธรรมชาติที่ปลอดภัยอื่นๆ เพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพของสรรพคุณสูงจากมังคุดให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอีก โดยปราศจากผลข้างเคียง และได้มาตรฐานที่สามารถส่งออกไปจำหน่ายได้ในตลาดโลก
เป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการพัฒนาต่อยอดผลงานวิจัยของคณะนักวิทยาศาสตร์ จากศูณย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย นำโดยศาสตราจารย์ ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา และ ศ.ดร.พิเชษฐ์ เป็นผู้ควบคุมผลิตเองให้มัสรรพคุณและประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย และไร้ผลข้างเคียง
แล้วโภชนาการยังไงหละที่ถูกต้อง ?
แล้วโภชนาการยังไงหละที่ถูกต้อง ?
การโภชนาการที่ถูกต้อง และเหมาะสม ก็คือเราจะต้องทานอาหารให้เป็นประโยชน์ มีสารอาหารหลากหลาย ครบถ้วน มีทั้งผัก ผลไม้ และอาหารจำพวกโปรตีน เนื้อ นม ไข่
การแบ่งมื้ออาหารจากที่เคยกินมื้อใหญ่ 2-3 มื้อ ออกเป็น มื้อเล็กๆ 4-6 มื้อ จะช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานได้
และยังช่วยไม่ให้เราหิวเร็ว และโหยมาก จนต้องซัดเข้าไปเต็มคราบ ในมื้อใหญ่ๆมื้อเดียว หลีกเลี่ยงอาหารหวานๆ มันส์ๆ พวก junk food น้ำอัดลม และพวกเหล้าเบียร์ (ไอ้อันหลังนี่ถ้าเลิกได้ ดีมากเลยครับ)
ซึ่งการกินให้ถูกต้องตามหลักโภชนาการนี้ คุณสามารถจะกินแบบนี้ไปได้ จนแก่จนเฒ่าหละครับ ต่างจากการลดอาหาร หรือการอดอาหารซึ่งคุณจะทำได้แค่ไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น
ส่วนถ้าจะกินแบบ ลดพลังงานจากอาหารลง เพื่อความเหมาะสม ก็ให้รักษาอยู่ที่ระดับประมาณ 10-15 % ของพลังงานที่เราต้องใช้ในแต่ละวัน (ซึ่งตรงนี้ แต่ละคนจะแตกต่างกันไป ตามเพศ วัย อายุ และโครงสร้างร่างกาย) หรือประมาณ 250 cal นะครับ เพื่อไม่ให้ร่างกายเสียมวลกล้ามเนื้อมากเกินไป
แล้วถ้าทำได้ทั้งหมด คือทั้งออกกำลังกาย และควบคุมอาหารตามหลักโภชนาการข้างบน แล้วละก็ ก็อาจจะเป็นไปได้ที่ว่า ในสัปดาห์นึงเราจะสามารถเพิ่มมวลกล้ามเนื้อได้ซัก 1lbs และลดไขมันลงได้ซักประมาณ 1 lbs เช่นกัน ซึ่งตรงนี้ เมื่อไปชั่งน้ำหนักแล้ว มันอาจจะไม่มีอะไรเปลี่นยแปลงบนตาชั่ง แต่ว่าถ้าทำไปเรื่อยๆ และเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ในทางกายภาพ รูปร่างคุณจะเปลี่ยนไปแน่นอน คุณจะหยิบเอาเสื้อผ้าเก่าๆ ที่เคยคับไปแล้ว มาใส่ได้ แม้ว่าน้ำหนักตัวอาจจะไม่ลดเลยก็ตาม !! นั่นก็เพราะว่า กล้ามเนื้อนั้นมีความหนาแน่น มากกว่าไขมัน ด้วยน้ำหนักที่เท่ากันแล้ว ไขมันจะใช้พื้นที่ หรือมีปริมาตร มากกว่ากล้ามเนื้ออยู่แล้ว … ดังนั้นอย่าเอาชีวิตเราไปแขวนไว้กับตาชั่งครับ ลองใช้สิ่งอื่น เป็นตัววัดความสำเร็จดูบ้าง บางทีอาจจะทำให้รู้สึกดีขึ้น กว่าการที่เอาชีวิตไปผูกติดกับ scale ของเครื่องชั่งน้ำหนักครับ
อาหารลดความอ้วน ภาคหนึ่ง ตอน “ลดไม่อด ลดอย่างไร”
อาหารลดความอ้วน ภาคหนึ่ง ตอน “ลดไม่อด ลดอย่างไร”
คนไม่อ้วนไม่มีวันเข้าใจว่าไขมันในร่างกายเรานั้นก่อความทุกข์ให้จิตใจมากขนาดไหน คิดไปแล้วก็แปลกที่เราช่างสรรกินโน่นกินนี่กัน เพื่อที่จะไปเอามันออกในภายหลัง ดูแล้วเกินเหตุเกินสภาพร่างกายจริงๆ เอาเป็นว่าวันนี้เราจะมาสรรกินอะไรที่มันไม่อ้วนกันโดยเฉพาะดีกว่า ไม่ต้องไปกำจัดภายหลัง
วันนี้เรามีสูตรลดความอ้วนสูตรเด็ดมาฝากกัน ผู้เขียนรับประกันว่าได้ผลแน่นอนเพราะลองมาแล้ว ด้วยสูตรนี้ น้ำหนักจะหายไปประมาณ 5 กิโลกรัม โดยใช้เ วลา 24 วัน น้ำหนักที่ลดจะมากหรือน้อยนั้น ขึ้นกับพฤติ-กรรมการกินเป็นสำคัญ แต่เรารับประกันว่า ลดแน่นอน
ที่มาของสูตรนี้ได้มาจากชาวฝรั่งเศส ชื่อ อิวอนน์ ทรูแบรด์ เมื่อใช้สูตรนี้แล้วผิวหนังจะไม่เหี่ยวย่นซึ่งเป็นข้อดีเด่นเหนือวิธีลดความอ้วนอื่นๆที่เมื่อลดน้ำหนักจำนวนมาก ผิวหนังเราปรับตัวไม่ทัน จึงปรากฏเป็นรอยเหี่ยวรอยย่นบนร่างกายโดยสูตรนี้ออกแบบมาให้ร่างกายสามารถเผาผลาญอาหารที่กินเข้าไปได้มากที่สุดไม่เหลือตกค้างสะสมเป็นไขมัน จึงไม่ใช่การอดอาหารและไม่ทำร้ายร่างกาย การจะใช้สูตรนี้ได้ต้องยอมรับในหลักการที่ว่าน้ำย่อยในร่างกายเราจะมีประสิทธิภาพดีที่สุด ย่อยได้มากที่สุดเมื่อย่อยอาหารเพียงชนิดเดียวเท่านั้น เช่นย่อยแต่คาร์โบไฮเดรต โปรตีน เป็นต้น ดังนั้นในมื้อหนึ่งๆ เราจึงกินอาหารได้เพียงชนิดเดียวเท่านั้น
สูตรลดความอ้วน สูตรนี้แบ่งช่วงการกินอาหารออกเป็นสี่ช่วง สี่ระดับความอดทน เก้าวัน สามวัน เก้าวัน สามวัน รวมกันแล้วเป็น 24 วัน ตลอดทั้ง 24 วันนี้ อาหารเช้าจะ เหมือนกันทั้งหมดคือ ส้มโอกับชาหรือกาแฟที่ไม่ใส่น้ำตาล ไม่ใส่นม สามารถใช้ครีม เทียมและน้ำตาลเทียมแทนได้ ( ส้มโอนั้น ตำราฝรั่งจะใช้เกรปฟรุ้ตแทน) นมและ น้ำตาลเป็นอาหารต้องห้ามตลอด 24 วัน ส่วนอาหารที่ไม่ห้ามนั้น จะกินเท่าไหร่ก็ได้ เช่น สามารถกินส้มโอได้ไม่จำกัด 5 กิโลกรัมก็ได้ ยังอยู่ในสูตรนี้
วิธีการรับประทาน สารสกัดส้มแขก
วิธีการรับประทาน สารสกัดส้มแขก
แนะนำให้ทานครั้งละ 1 เม็ด ละลายในน้ำ 200 ซีซี วันละ 2 ครั้ง
ทานก่อนอาหารประมาณ 1 ชั่วโมง
ซึ่งจะทำให้ยาดูดซึมได้ดีที่สุด แต่ขณะที่ยาแตกตัว ในกระเพาะอาหาร บางคนอาจจะได้กลิ่นของส้มแขก
ซึ่งมีกลิ่นหอมคล้ายขนมปังปิ้ง ถ้าไม่ชอบหรือ มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ก็แนะนำให้เปลี่ยนมากิน หลังอาหาร
หรือ พร้อมกับอาหารได้ แต่การดูดซึมจะลดน้อยกว่า การกินก่อนอาหารเล็กน้อย
ในผู้ที่อ้วนมาก หรือกินจุมาก อาจเพิ่มปริมาณ เป็นครั้งละ 2 เม็ด ละลายในน้ำ 400 ซีซี
เมื่อรูปร่าง หรือน้ำหนักตัว ลดลง จนเป็นที่พอใจ ก็ค่อยๆ ลดปริมาณของส้มแขกลง จนกระทั่งไม่ต้องใช้ และหลังจากหยุดใช้ จะไม่มีผลในการหิวมากขึ้น หรือ อ้วนขึ้นกลับมา และยังพบว่า นิสัยกินจุในบางคน จะลดลงไปด้วย
ขณะที่ใช้สารสกัดจากส้มแขก คุณสามารถ รับประทานอาหารได้ตามสมควร แต่ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทไขมันลงบ้าง และเมื่อความรู้สึกหิวน้อยลง จากการที่ร่างกายได้รับพลังงานอย่างเพียงพอแล้ว จะทำให้นิสัยการกินอาหารจุๆ จำนวนมาก ก็จะค่อยๆ ลดลง และไม่กลับมาอ้วนใหม่
ผลส้มแขก จนถึงบัดนี้ยังไม่พบผลข้างเคียง หรือ อันตราย ที่เกิดขึ้นจากการรับประทาน ตามขนาดที่แนะนำ
แต่ไม่ว่าจะลดน้ำหนัก ด้วยวิธีใดๆ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ในการกินอาหาร ควบคู่กับการออกกำลังกาย ที่เหมาะสม อย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ได้ผลเร็ว และปลอดภัยกว่ายาใดๆ ทั้งหมด
